โครงการ Safety Management System (SMS)

ความเสียดทานของผิวทาง คือ แรงต้านทานบริเวณผิวสัมผัสระหว่างล้อและผิวทาง สามารถประเมินได้จากค่าสัมประสิทธิ์ ความเสียดทานของผิวทาง (Coefficient of Friction,m) ดังภาพและสมการที่ 1 ค่าความเสียดทานของผิวทางนับเป็นตัวแปรหลัก ตัวหนึ่งในการประเมินสภาพความปลอดภัยของถนนในโครงข่ายของกรมทางหลวงชนบท

ปัจจุบันปัญหาการเก็บข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานของผิวทางมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดของเครื่องมือที่ใช้ในการทดสอบ เพื่อให้ เป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบสากล งานศึกษานี้จึงได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ของค่า m ของผิวทางของเครื่องมือทดสอบชนิด ไม่แปรผันและแปรผันตามความเร็วรวมทั้งกำหนดระดับพึงระวัง (Investigatory Level) และระดับปรับปรุงแก้ไข (Intervention Level) บนโครงข่ายทางหลวงชนบทนำไปสู่กรอบการบริหารจัดการ (Framework) ความเสียดทานของผิวทางในการยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยโครงข่ายทางหลวงชนบท

จากการดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานของผิวทางบนโครงข่ายสายทางของกรมทางหลวงชนบท โดยสายทางทดสอบทั้งหมดเป็นถนน 2 ช่องจราจร (Two-lane Highway) และเป็นถนนประเภทแอสฟัลต์คอนกรีต (AC) ทั้งหมด ประกอบด้วยสายทาง ปท.4023 ปท.4025 และ ปท.3015 ผลการเก็บข้อมูลค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานของผิวทางโดยเครื่องมือทั้ง 3 ชนิด จานวนข้อมูล 60 ตัวอย่างต่อชนิด แสดงลักษณะทางสถิติของข้อมูลดังภาพที่ 4 พบว่าค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานจาก DFT มีค่าเฉลี่ยเป็น 0.45 และ T2GO มีค่าเฉลี่ยเป็น 0.26 โดยค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทานจาก DFT มากกว่า T2GO อยู่ประมาณ 0.20 และมีค่าของข้อมูลมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของข้อมูลจาก BPT โดยพิจารณาจากค่า BPN/100 พบว่ามีค่าเฉลี่ยเป็น 0.55 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็น 0.09 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

การประยุกต์ใช้แบบจำลองถดถอยในการศึกษาถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างค่าตัวแปรอิสระ (Independent Variable) หรือตัวแปรต้น (Predictor Variable) กับตัวแปรตาม (Dependent Variable) ซึ่งสามารถวิเคราะห์ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้น และตัวแปร ตามมีความสัมพันธ์กันเพียงใด โดยการศึกษาได้พิจารณาหาแบบจำลองความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทาน ของผิวทางของเครื่องมือ Dynamic Friction Tester (DFT) กับ Portable ASFT T2GO และค่า BPN British Pendulum Tester ดังภาพพบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติและมีความสัมพันธ์เป็นแบบเชิงเส้น สมการความสัมพันธ์ของแต่ละ เครื่องมือที่ได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเทียบค่าแต่ละเครื่องมือในการวัดความเสียดทานผิวทางต่อไป

การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยโครงข่ายทางหลวงชนบทเพื่อให้ผู้ใช้ทางสามารถใช้ถนนและสัญจรได้อย่างปลอดภัยนั้นจำเป็น ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลสภาพความเสียดทานของผิวทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง อาทิเช่น ทางแยก และทางโค้ง นำมาซึ่งแนวทางแก้ไขแต่ละจุดเสี่ยง รวมถึงการกำหนดระดับพึงระวัง และระดับปรับปรุงแก้ไข


ข้อมูลค่าความเสียดทานของผิวทางที่ได้จากการสรุปผลงานศึกษาในอดีตและการทบบวนวรรณกรรมได้ใช้เป็นแนวทางในการ พิจารณาร่วมกับผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในสนาม กรมได้กำหนดระดับพึงระวัง (Investigatory Level) และระดับ ปรับปรุงแก้ไข (Intervention Level) ไปสู่กรอบการบริหารจัดการความเสียดทานของผิวทาง โครงข่ายทางหลวงชนบท ในระดับ บริหารโครงข่าย (Network Level Management) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยโครงข่ายทางหลวงชนบทดังตาราง