โครงการ Safety Management System (SMS)

ยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนนจัดเป็นยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญของกรมทางหลวงชนบทและกระทรวงคมนาคม โดยในส่วนของ กรมทางหลวงชนบทมีสำนักอำนวยความปลอดภัยเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวงชนบท ได้พัฒนาและปรับปรุงระบบบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนน (Safety Management System: SMS) มาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ดำเนินการศึกษาและพัฒนาดัชนีชี้วัดความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Index: RSI) ซึ่งเป็นค่าดัชนีที่สามารถสะท้อน ให้เห็นถึงระดับความปลอดภัยทางถนนในแง่ของปัจจัยด้านวิศวกรรมบนสายทางที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงชนบท แต่ยังก็ขาดความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์เชิงเศรษฐศาสตร์ (Economic Benefit) ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของค่า RSI รวมถึง ระบบบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนนที่ใช้กันในปัจจุบันยังต้อง พัฒนาเพิ่มเติมในส่วนการนำเสนอข้อมูล แก่ผู้บริหาร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการวางแผนงบประมาณโครงการยกระดับ ด้านความปลอดภัย

โครงการพัฒนาระบบบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนน ของกรมทางหลวงชนบท ระยะที่ 4 ประกอบด้วยวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ (1) เพื่อพัฒนาวิธีการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการต่างๆในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน และพัฒนาวิธีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการยกระดับความปลอดภัยทางถนนโดยคำนึงถึงยุทธศาสตร์ของสายทาง และ ความคุ้มค่าในการลงทุน (2) เพื่อพัฒนาแบบจำลองวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าดัชนีชี้วัดความปลอดภัยทางถนน (Road Safety Index: RSI) กับผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ และ (3) เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูล และโปรแกรมบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนนของกรมทางหลวงชนบท (Safety Management System: SMS) ให้สามารถแสดงข้อมูลสรุปแก่ผู้บริหาร และการใช้งานสำหรับผู้ปฏิบัติ รวมทั้งปรับปรุงระบบให้สามารถเชื่อมโยง กับฐานข้อมูลกลาง ของระบบบริหารงานบำรุงรักษาทาง (Pavement Maintenance Management System: PMMS) ดังรูปที่ 1

กรมทางหลวงชนบทได้ศึกษาทบทวนผลการศึกษาและงานวิจัย ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับ วิธีการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการยกระดับความปลอดภัย ทางถนน แนวทางการวิเคราะห์อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุน ด้านเศรษฐศาสตร์ การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ (Cost-benefit analysis) และการศึกษามูลค่าอุบัติเหตุจราจรในประเทศไทย ทำให้กรมทางหลวงชนบทได้แนวคิด ในการประเมินความคุ้มค่า ทางเศรษฐกิจของโครงการยกระดับความปลอดภัยทางถนน ตลอดจน ทราบมูลค่าการสูญเสียเนื่องจาก การเกิดอุบัติเหตุจราจร ในประเทศไทย และนำค่า ARF ของการศึกษาในต่างประเทศมาประยุกต์ ใช้สำหรับเมืองไทย

กิจกรรมการปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนหนึ่งๆ จะได้ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์เพิ่มขึ้นเมื่อเลือกดำเนินการในสายทาง ที่มี ปริมาณจราจรสูงขึ้น ในขณะที่ค่า RSI หลังการปรับปรุงจะมีค่าคงที่ไม่ว่าจะเลือกดำเนินการในสายทางใดก็ตาม และแต่ละกิจกรรม การปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนจะให้ค่าผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์และค่า RSI ที่เพิ่มขึ้นแตกต่างกัน การเลือกกิจกรรม การปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนจะต้องพิจารณาทั้ง RSI ที่เพิ่มขึ้นและผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ประกอบกันด้วย อย่างไร ก็ตาม การพิจารณาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์นอกจากจะพิจารณาว่ากิจกรรมการปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนนั้นๆ จะให้ผล ตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่สูงแล้ว จะต้องพิจารณาต้นทุนในการดำเนินการกิจกรรมนั้นๆ ด้วย ซึ่งในที่นี้กรมทางหลวงชนบท จึงได้เลือกพิจารณาค่าผลตอบแทนทางด้านเศรษฐศาสตร์หารด้วยต้นทุนในการดำเนินการหรือ B/C Ratio เป็นดัชนีชี้วัด ความคุ้มค่า ในการเลือกดำเนินการกิจกรรมใดๆ ควบคู่ไปกับการพิจารณาค่า RSI ที่เพิ่มขึ้นหลังการปรับปรุง
ในการจัดลำดับความสำคัญภายในโครงการหรือการจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมปรับปรุงความปลอดภัยทางถนน โดยมีหลักในการพิจารณาดังนี้
1) กำหนดค่า RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ (กรมทางหลวงชนบทเสนอให้ใช้ค่า RSI ต่ำสุดที่ยอมรับได้ ≥ 60 ตามเกณฑ์ที่ได้วิเคราะห์ในโครงการพัฒนาระบบบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนนของกรมทางหลวงชนบท ระยะที่ 3)
2) สำหรับสายทางใดๆ ที่มีค่า RSI เฉลี่ยน้อยกว่า RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ ให้เลือกดำเนินการกิจกรรมการปรับปรุงความปลอดภัยใดๆ ที่มีค่า B/C ≥ 1 จนทำให้ค่า RSI ของสายทางที่ปรับปรุงมีค่าเท่ากับค่า RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้
3) สำหรับสายทางใดๆ ที่มีค่า RSI เฉลี่ยมากกว่าหรือเท่ากับ RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ ให้เลือกดำเนินการกิจกรรมการปรับปรุงความปลอดภัยที่มีค่า B/C จากสูงสุด เรียงลำดับจนถึงกิจกรรมที่มีระดับ B/C ที่ยอมรับได้คือ B/C = 1 (เลือกกิจกรรมที่ให้ค่า B/C สูงสุดก่อน)
สำหรับแนวคิดในการจัดลำดับความสำคัญระหว่างโครงการ (ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมปรับปรุงความปลอดภัยทางถนนหลายๆ กิจกรรมในหนึ่งโครงการ) มีหลักในการพิจารณาดังนี้
1) กำหนดค่า RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ (กรมทางหลวงชนบทเสนอให้ใช้ค่า RSI ต่ำสุดที่ยอมรับได้ ≥ 60 ตามเกณฑ์ที่ได้วิเคราะห์ ในโครงการพัฒนาระบบบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนนของกรมทางหลวงชนบท ระยะที่ 3)
2) สำหรับสายทางใดๆ ที่มีค่า RSI น้อยกว่า RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ สามารถเลือกโครงการใดๆ ก็ได้ในการปรับปรุงตามความ เหมาะสม เนื่องจากเป็นสายทางที่จะต้องดำเนินการก่อน
3) สำหรับสายทางใดๆ ที่มีค่า RSI มากกว่าหรือเท่ากับ RSI เฉลี่ยต่ำสุดที่ยอมรับได้ การคัดเลือกโครงการจะแบ่งตามยุทธศาสตร์ ของสายทาง โดยจัดลำดับความสำคัญตามค่า B/C Ratio ของโครงการ และความสำคัญของยุทธศาสตร์ ดังสรุปไว้ในรูปที่ 1

project_sms image

รูปที่ 1 การจัดลำดับความสำคัญระหว่างโครงการ จำแนกตามยุทธศาสตร์ของสายทาง

กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการการพัฒนาโปรแกรมบริหารงานวิศวกรรมความปลอดภัยทางถนน ซึ่งเนื้อหาสำคัญจะประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ การปรับปรุงการสำรวจและแบบฟอร์มสำรวจข้อมูลความปลอดภัยทางถนน และการปรับปรุงโปรแกรมบริหารวิศวกรรม ความปลอดภัยทางถนน เช่น การจัดเก็บข้อมูลทั่วไปของสายทาง (Road Inventory) การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ การประมาณราคาปรับปรุงสภาพความปลอดภัย การนำเข้า (Import) ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากโปรแกรมฐานข้อมูลอุบัติเหตุการแสดง รายงานสรุปแก่ผู้บริหาร เป็นต้น

ผลการศึกษานี้ได้เสนอแนะช่องทางในการรวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุจราจรของกรมทางหลวงชนบทเพิ่มเติม โดยการตั้งหน่วยวิทยุสื่อสาร เฝ้าระวังข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุจราจร เพื่อรวบรวม/บันทึกข้อมูลอุบัติเหตุจราจร โดยการรายงานผ่านวิทยุสื่อสาร สำหรับกรณีอุบัติเหตุ จราจรที่ไม่รุนแรง หน่วยเฝ้าระวังเพียงสอบถามข้อมูลทางวิทยุสื่อสารและบันทึกลงในแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลอุบัติเหตุ ส่วนในกรณีที่เกิด อุบัติเหตุรุนแรง เกิดความเสียหายทั้งชีวิตหรือทรัพย์สินของทางราชการ หน่วยเฝ้าระวังควรมีบุคลากรออกไป บันทึกข้อมูลการเกิด อุบัติเหตุจราจร ณ จุดเกิดเหตุ เพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลอุบัติเหตุที่ถูกต้องและเพียงพอสำหรับใช้วิเคราะห์ความปลอดภัยทางถนนต่อไป

กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการปรับปรุงและพัฒนา Website สำนักอำนวยความปลอดภัย ให้สอดคล้องกับความต้องการของ สำนักอำนวยความปลอดภัย และผู้ใช้บริการ โดยกรมทางหลวงชนบทได้ศึกษาข้อจำกัดต่างๆ รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Website สำนักอำนวยความปลอดภัย ที่ใช้งานในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของการแสดงผล และการรายงานผล ประกอบกับศึกษา ความต้องการใช้งาน Website จากผู้ใช้งานทั้งในสำนักอำนวยความปลอดภัยอีกด้วย

กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมบนรถสำรวจสภาพทางเพื่อให้เก็บข้อมูลได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้ง ปรับปรุงและจัดเก็บอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมภายในรถสำรวจสภาพทาง ให้มีความเป็นระเบียบ และเป็นไปตามรูปแบบสากล